เมื่อคอมพิวเตอร์ในบริษัทมีปัญหา หลายองค์กรมักสงสัยว่าควรเรียกช่างมาที่ออฟฟิศ หรือให้ช่างแก้ไขผ่านการรีโมทดี ทั้ง Remote Support และ Onsite Support เป็นบริการ IT Support ที่ได้รับความนิยม แต่เหมาะกับปัญหาและสถานการณ์ที่ต่างกัน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่าง และเลือกบริการที่คุ้มค่ากับธุรกิจของคุณมากที่สุด
Remote Support คืออะไร?
Remote Support คือการแก้ไขปัญหาไอทีแบบทางไกล เจ้าหน้าที่จะเชื่อมต่อเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านโปรแกรมรีโมท เช่น TeamViewer หรือ AnyDesk แล้วตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทาง จุดเด่นคือรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายต่ำ และให้บริการได้ทั่วประเทศ ขอเพียงเครื่องของคุณยังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
Onsite Support คืออะไร?
Onsite Support คือการส่งทีมช่างไอทีเข้าไปแก้ไขปัญหาถึงสถานที่หน้างาน เหมาะกับปัญหาที่ต้องจับต้องอุปกรณ์จริง แก้ไขได้ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เช่น อุปกรณ์เสีย ระบบเครือข่ายใช้งานไม่ได้ หรือการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ และยังรวมถึงการเข้าบำรุงรักษาระบบ (Preventive Maintenance) ตามรอบที่กำหนด
ตารางเปรียบเทียบ Remote Support กับ Onsite Support
| หัวข้อ | Remote Support | Onsite Support |
|---|---|---|
| วิธีการ | เชื่อมต่อผ่านโปรแกรมรีโมท | ช่างเดินทางไปถึงหน้างาน |
| เริ่มแก้ไขปัญหา | ได้ทันที ไม่ต้องรอเดินทาง | ขึ้นอยู่กับระยะทางและการนัดหมาย |
| ปัญหาที่เหมาะ | ซอฟต์แวร์ โปรแกรม อีเมล การตั้งค่า | ฮาร์ดแวร์ เครือข่าย อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ |
| เงื่อนไข | เครื่องต้องใช้อินเทอร์เน็ตได้ | ไม่จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ต |
| พื้นที่ให้บริการ | ทั่วประเทศ | กรุงเทพฯ ปริมณฑล หรือตามตกลง |
| ค่าใช้จ่าย | ต่ำกว่า | สูงกว่า เพราะรวมการเดินทาง |
ปัญหาแบบไหนที่แก้ด้วย Remote Support ได้
ปัญหาไอทีในสำนักงานส่วนใหญ่เกิดจากซอฟต์แวร์และการตั้งค่า ซึ่งแก้ไขผ่านการรีโมทได้ทันที เช่น
- คอมพิวเตอร์ทำงานช้า โปรแกรมค้าง หรือเปิดไม่ขึ้น
- ติดตั้งโปรแกรมสำนักงาน เช่น Microsoft Office และโปรแกรมที่ใช้ในงาน
- ติดตั้งและอัปเดตโปรแกรมป้องกันไวรัส
- ตั้งค่าอีเมลบน Microsoft Outlook หรือโปรแกรมอีเมลอื่น ๆ
- ตั้งค่าเครื่องพิมพ์หรือสแกนเนอร์
- ตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่อง
เมื่อไหร่ที่ต้องเรียก Onsite Support
บางปัญหาไม่สามารถแก้ไขจากระยะไกลได้ ควรเรียกช่างเข้าหน้างานเมื่อ
- อินเทอร์เน็ตหรือระบบเครือข่ายใช้งานไม่ได้ เพราะเมื่อเครื่องออนไลน์ไม่ได้ ก็จะรีโมทเข้าไปไม่ได้
- อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์มีปัญหา เช่น เครื่องเปิดไม่ติด ฮาร์ดดิสก์เสีย หรือต้องเปลี่ยนอะไหล่
- ต้องติดตั้งหรือเดินระบบใหม่ เช่น ระบบ LAN, WiFi, กล้องวงจรปิด หรือเซิร์ฟเวอร์
- มีอุปกรณ์จำนวนมาก และต้องการให้มีคนเข้าดูแล บำรุงรักษาระบบเป็นประจำ
- ไม่มีเจ้าหน้าที่ไอทีประจำสำนักงาน และต้องการผู้ประสานงานกับผู้ให้บริการภายนอก เช่น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือโปรแกรม
ทำไมหลายองค์กรเลือกใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน
คำตอบที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับหลายธุรกิจคือ ใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน ปัญหาทั่วไปแก้ผ่าน Remote ได้ทันทีโดยไม่เสียเวลารอ ส่วนปัญหาฮาร์ดแวร์และงานติดตั้งค่อยส่งช่างเข้าหน้างาน
บริการ Onsite Support แบบรายเดือนของ SOS จึงรวมการแก้ปัญหาแบบ Remote ไม่จำกัดครั้ง พร้อมการเข้าแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance) และเข้าบำรุงรักษาระบบ (Preventive Maintenance) ตามรอบที่กำหนดในสัญญา เหมาะกับองค์กรที่ต้องการทีมไอทีดูแลแบบครบวงจรโดยไม่ต้องจ้างพนักงานประจำ
เคล็ดลับเลือกผู้ให้บริการ IT Support
- มีทั้งบริการแบบ Remote และ Onsite ให้เลือกตามความเหมาะสม
- มีแพ็กเกจทั้งแบบรายครั้งและรายเดือน ให้เลือกตามขนาดองค์กร
- ใช้โปรแกรมรีโมทที่ปลอดภัย และเชื่อมต่อเฉพาะเมื่อได้รับอนุญาต
- ทีมงานมีประสบการณ์ และรักษาความลับของข้อมูลบริษัทได้
ดูรายละเอียดแพ็กเกจและราคาได้ที่หน้า Remote Support และ Onsite Support หรือติดต่อทีมงานเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะกับองค์กรของคุณ

